• [รีวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น เดือน พ.ย.] The University of Tokyo : 19 Nov. เหลืองรึยัง? เหลืองแค่ไหน? มาดูกัน…

    สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกที่ที่พลาดไม่ได้ หากมาโตเกียวช่วงปลายเดือนพ.ย. – ต้นเดือนธ.ค. ก็คือที่ The University of Tokyo หรือ Todai จุดที่ดังที่สุดหากมาช่วงพีค คืออุโมงค์แปะก๊วยและพรมสีเหลืองทองที่อยู่ในบริเวณ Hongo Campus

    ถ้ามาที่นี่จะเห็นอะไรบ้าง…

    • ตึกเรียนเก่าแก่ของ The University of Tokyo สวยและดูขลังในเวลาเดียวกัน
    • อุโมงค์ต้นแปะก๊วย ที่มีฉากหลังเป็นบรรยากาศแสนสงบในมหาวิทยาลัย
    • ถ้ามาถูกช่วงก็จะเห็น…พรมแปะก๊วยสีเหลืองทอง เพราะจะมีใบแปะก๊วยร่วงลงพื้นเต็มไปหมด

    น่าเสียดาย…ทริปนี้เรามาที่นี่เร็วเกินไป ต้นแปะก๊วยส่วนใหญ่ยังสีเขียวอยู่เลย เหลืองนิดเดียวเอง แต่ไม่เป็นไรแค่มาเดินเล่น เสพย์บรรยากาศมหาวิทยาลัย ก็คุ้มมากแล้วค่ะ

    อุโมงค์ต้นแปะก๊วยที่มหาวิทยาลัยโตเกียว (Todai) ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ใบยังเปลี่ยนสีไม่เต็มที่ และอาคารเรียนเก่าแก่สไตล์ตะวันตกใน Hongo Campus มหาวิทยาลัยโตเกียว บรรยากาศเงียบสงบ

    เนื่องจากเป็นสถานศึกษา บรรยากาศเลยสงบกว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป เราเองที่เป็นนักท่องเที่ยวก็ควรเดินชมอย่างสงบ ไม่ทำลายบรรยากาศเช่นกันนะคะ ^v^

    ตอนที่เราไป เราไปลงที่สถานี Todaimae ออกจากสถานีทาง exit.1 เลี้ยวซ้าย เดินมาทางทิศใต้ พอเจอรั้วมหาวิทยาลัย เราก็เดินเข้าประตูมาเลย เพิ่งมารู้ว่าประตูนั้น คือ ประตูฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ที่เดินเข้ามาแล้วจะเจอ Yayoi Campus ก่อน บรรยากาศประมาณนี้…

    รูปถ่ายจากมือถือ iPhone11 ไม่แต่งสีอะไรเลย เรียลสุดๆไปเลย ถ่ายวันที่ 19 พ.ย.ค่ะ

    Yayoi Campus คือแคมปัส “คณะเกษตร (Faculty of Agriculture / Graduate School of Agricultural and Life Sciences)” ของ University of Tokyo มีบรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยอาคารเก่าแก่และพื้นที่สีเขียวใช้สำหรับเรียนและวิจัยด้านเกษตรและชีววิทยาเกษตร แม้ยังไม่ใช่จุดสำคัญสำหรับชมต้นแปะก๊วย แต่ต้นไม้ใหญ่ชนิดอื่นๆที่กำลังเปลี่ยนสี ก็สวยไม่แแพ้กัน

    จาก Yayoi Campus เราเดินข้ามสะพานลอยเล็กๆ ซึ่งจะเป็นการเดินข้ามถนน Kototoi-dori ลงมาทางใต้อีกฝั่งถนน ถึงจะเจอ Hongo Campus ซึ่งเป็นจุดไฮไลต์สำหรับชมใบ้ไม้เปลี่ยนสีของที่นี่ ตอนนั้นเดินมั่วจริงๆ รีวิวละเอียดๆมีน้อยมาก ยังโชคดีที่เดินไปถูกทาง แต่เดี๋ยวนี้ง่ายมาก เสิชกูเกิ้ลว่า Ginkgo Trees, Hongo Campus, University of Tokyo ได้เลยค่ะ ^_^

    แผนที่จากสถานี Todaimae ไปยังจุดชมอุโมงค์แปะก๊วยที่ฝั่ง Hongo Campus

    พอข้ามมาฝั่ง Hongo Campus แล้ว บรรยากาศดีกว่าทาง Yayoi เยอะเหมือนกัน ชอบในความขลังของตึกเรียน ต้นไม้ใหญ่หลากชนิดที่กำลังเปลี่ยนสี และแดดยามเย็นสีเหลืองทองที่กำลังส่องมาตามมุมต่างๆ นั่งมองได้เรื่อยๆไม่เบื่อเลยค่ะ

    รูปถ่ายจากมือถือ iPhone11, no filter, no process ถ่ายวันที่ 19 พ.ย.

    จากประสบการณ์ ต่อให้ไม่เจอต้นแปะก๊วยแบบพีคๆ ยังรู้สึกประทับใจบรรยากาศที่นี่มาก ตึกเรียนเก่าแก่ กับต้นไม้ใหญ่ที่กำลังค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เราไปนั่งชิลมโนว่าเป็นนักศึกษาที่นี่อยู่นาน อากาศดี บรรยากาศดี ให้ภาพจาก DSLR Fuji X-T3 เล่าเรื่องต่อแล้วกันนะคะ

    วิธีเดินทาง(ด้วยรถไฟ):

    สถานีรถไฟที่อยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัยมีอยู่ 3 สถานีด้วยกัน

    • Hongo-sanchome Station (Marunouchi Line / Oedo Line): เดินประมาณ 7–10 นาทีถึงประตูหลัก (Seimon / Akamon) เป็นตัวเลือกมาตรฐานสำหรับไป Hongo Campus
    • Todaimae Station (Namboku Line): เดินประมาณ 6–12 นาที เหมาะถ้าต่อมาจาก Meguro, Shibuya, Ichigaya หรือสายสีเขียว Namboku โดยตรง → เราไปเส้นทางนี้
    • Nezu Station (Chiyoda Line): เดินประมาณ 10 นาที เหมาะถ้าไปเที่ยว Nezu Shrine / Yanaka แล้วเดินต่อเข้าประตู Yayoi หรือด้านหลังแคมปัส

    คำแนะนำเล็กๆจากประสบการณ์นะคะ เราเสียดายที่มาที่นี่เร็วไปหน่อย (19 พ.ย.) สำหรับใครที่วางแผนมาโตเกียวช่วงปลายเดือน พ.ย. อาจจะต้องรอเลทๆกว่านี้นิดนึง ปลายเดือนกว่านี้หน่อย รับรองว่าที่นี่บรรยากาศดีและสวยมากแบบ 100/100 แน่นอนค่ะ ^v^

    The University of Tokyo, Hongo Campus อีกหนึ่งคุณค่า(ชมใบแปะก๊วย)ที่คุณคู่ควร

  • [รีวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น เดือน พ.ย.] Eikando Temple – ใบไม้แดงที่สวยที่สุดในเกียวโต (22 Nov.)

    วัดเอคันโด (Eikando Temple / 永観堂 หรือ Eikando Zenrinji Temple) เป็นวัดพุทธนิกายโจโดชื่อดังทางตะวันออกของเกียวโต ขึ้นชื่อมากเรื่องใบไม้เปลี่ยนสี — โดยเฉพาะต้นเมเปิ้ลกว่า ~3,000 ต้น รอบบริเวณวัด เรียกว่าเป็นตัวชูโรง สร้างบรรยากาศที่สวยแบบตะโกนของโซนนี้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ประมาณปลายพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม) ทำให้หลายคนเรียกที่นี่ว่า “วัดแห่งใบเมเปิ้ลของเกียวโต”

    ในวัดบรรยากาศดี ร่มรื่นมาก มีอาคารสำคัญให้เดินชมอยู่หลายจุด มีสวน+สระน้ำแบบญี่ปุ่น ถ้ามาช่วงปลายเดือนพ.ย. – ต้นธ.ค. จะมี Light-Up ตอนกลางคืนด้วย เสียค่าธรรมเนียมแยกต่างหากกับช่วงกลางวัน(เช็ครายละเอียดได้จากเว็บของวัด https://www.eikando.or.jp/English/haikan_e.html) แต่พวกเราไม่ได้เข้าชม แค่ตอนกลางวันก็สวยมากแล้วค่ะ ถ้ามาเกียวโตช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน พลาดที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด ไม่เชื่อลองดูรูปของจริงต่อจากนี้ได้เลย

    โพสต์นี้ขอเน้นแชร์ภาพใบไม้เปลี่ยนสีช่วงกลางวันเยอะหน่อย ว่าถ้าไปช่วงนี้…จะเห็นบรรยากาศเป็นยังไงบ้าง ภาพเราถ่ายวันที่ 22 พฤศจิกายนค่ะ คนเยอะเหมือนกัน น่าจะเป็นช่วงพีคพอดีรึเปล่าไม่แน่ใจ

    รูปทั้งหมดนี้มาจากกล้อง DSLR Nikon D5100 + D7100 ปนๆกันไปนะคะ ไม่มีภาพจากกล้องมือถือเลย บอกชื่อรุ่นแล้วเขินจัง กล้องเก่ามาก หนักมาก ตอนนี้เลิกใช้ไปแล้ว ^v^

    ต้นเมเปิ้ลสีแดงส้ม แดดรำไร ที่วัดเอคันโด เซนรินจิ, เกียวโต (Eikando Zenrinji Temple, Autumn, Kyoto)

    แดงฉ่ำ เหลืองฉ่ำ ส้มฉ่ำ สวยฉ่ำมากกกจริงๆ 🤩🤩 ยังมีอีกนะคะ…

    ใบเมเปิ้ลเหลือง แดดรำไร เห็นหลังคาวัด ที่วัดเอคันโด เซนรินจิ, เกียวโต (Eikando Zenrinji Temple, Autumn, Kyoto)
    ใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสี สีแดงส้ม สีส้ม สีเหลือง สีเขียวสลับกัน แสงแดดส่อง ที่วัดเอคันโด เซนรินจิ, เกียวโต (Eikando Zenrinji Temple, Autumn, Kyoto)

    วัดนี้เด่นที่ใบเมเปิ้ลจริงๆค่ะ ต้นเมเปิ้ลเยอะมาก ใบไม้เปลี่ยนสีเลยสวยสุดๆเพราะมีทั้งสีแดงเข้ม แดงส้ม ส้ม ไปจนถึงสีเหลือง บางต้นยังมีสีเขียวแซมๆอยู่เล็กน้อย หลากหลายสีสวยจริงๆ

    นอกจากเมเปิ้ล ต้นแปะก๊วยก็มีนะคะ ใบร่วงลงพื้นเหมือนพรมสีเหลืองทองเลย วันนี้ที่มาแดดดี อะไรๆก็เลยสวยไปหมด 😍😍

    ดูจากภาพแล้วเป็นยังไงบ้างคะ บอกแล้วว่าพลาดไม่ได้จริงๆ ^v^

    วิธีการเดินทาง:

    ◼️ ถ้ามาจากสถานีหลัก Kyoto Station:

    • นั่งรถบัสสาย 5 (หรือ 100 / 57 บางกรณี) → ลงป้าย “Nanzen-ji Eikando-michi” → แล้วเดินประมาณ 3 นาทีถึงวัด 
    • หรือ นั่งรถไฟใต้ดิน: Kyoto Station → Subway Karasuma Line → เปลี่ยนสายที่ Karasuma Oike → Subway Tozai Line → ลงที่ Keage Station → แล้วเดินประมาณ 15-20 นาทีถึงวัด พวกเราเดินทางด้วยวิธีนี้ มีผู้สูงอายุด้วย1ท่าน เดินไกลหน่อย แต่อากาศดี เดินไม่ยาก เดินเล่นไปเรื่อยๆ จะเจอวัดนันเซนจิก่อน ก็เริ่มเห็นใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆแล้ว เดินต่อไปอีกหน่อย ก็ถึงเอคันโดแล้วค่ะ ชิลๆ

    ◼️ ถ้ามาจากย่าน Gion / Downtown Kyoto: สามารถใช้ subway/รถบัส/แท็กซี่ แล้วเดินอีกนิดก็ถึงวัดได้ (ประมาณ 15–20 นาทีจาก Keage Station)

    ลิงค์วิธีเดินทางจากเว็บของวัด -> https://www.eikando.or.jp/English/keiroannai_e.html

    เวลาทำการในช่วงปกติ:

    • 9:00 – 16:00 (ประตูปิด 17:00)

    ค่าเข้าช่วงกลางวัน:

    • ผู้ใหญ่ ¥600 / เด็ก ¥400

    …วัดเอคันโด อีกหนึ่งคุณค่าช่วงปลายเดือนพ.ย.ที่คุณคู่ควร…

  • [รีวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น เดือน พ.ย.] Showa Kinen Park – อุโมงค์ใบแปะก๊วยสีเหลืองทอง 17 vs 20 Nov.

    หากใครมาโตเกียวช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่สำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีที่พลาดไม่ได้ นั่นคือ Showa Kinen Park นั่นเอง

    เราเป็นคนชอบถ่ายรูปท่องเที่ยวมาก เลยจะขอเน้นแชร์รูปพร้อมเล่าสั้นๆไปด้วย ทุกสถานที่…ไปมาจริง ถ่ายมาเองจริงแบบไม่ได้ตกแต่งสีใดๆ(แค่มีปรับความสว่างของภาพเล็กน้อย) เพื่อเป็นข้อมูลให้กับเพื่อนๆที่กำลังวางแผนที่จะไปว่า…ถ้าไปที่นี่ ช่วงนี้ จะได้เห็นภาพแบบนี้แน่ๆ

    สำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงพีคแต่ละปีก็อาจจะแตกต่างกันไปเล็กน้อย โดยภาพของเราจะลงวันที่ไปมากำกับไว้ด้วย เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนให้กับทุกคนค่ะ

    เริ่มด้วยภาพจุดไฮไลต์ของที่นี่ ก็คืออุโมงค์ใบแปะก๊วยสีเหลืองทอง วันที่ไปฟ้าใส แดดดี สวยมากกก สีเหลืองทองจริงๆตามที่เค้าว่า…(เค้านี่ใครนะ ^v^)

    เราไปที่นี่มาสองวัน วันแรกคือ 17 Nov.

    • วันนี้เราได้แค่ถ่ายอุโมงค์จากนอกรั้ว เพราะคนต่อคิวซื้อบัตรเยอะมาก คนข้างในก็เยอะมากเช่นกัน
    • ถ้าจำไม่ผิด วันนั้นน่าจะเป็นวันอาทิตย์ คนเลยเยอะไปหน่อย ถ้าเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงนะคะ
    • อุโมงแปะก๊วย สีเหลืองสดมากกกก แต่ยังมีสีเขียวๆแซมเล็กน้อย
    • ให้ภาพเล่าเรื่องไปจ้า มีภาพจากกล้องมือถือ iPhone11 ProMax และ DSLR Fuji X-T3

    เริ่มด้วยภาพจากกล้องมือถือ iPhone11 ProMax (เก่ามาก ^v^)

    ต่อด้วยภาพจากกล้อง DSLR Fuji เซตฟิลเตอร์แบบจบหลังกล้อง

    จริงๆแล้วสารภาพว่าเรามาแบบไม่ได้รู้เรื่องอะไรหรอก ตั้งใจจะมาตลาดนัดที่ชื่อ Tokyo Nominoichi ที่จัดอยู่ข้างๆสวนมากกว่า แต่เนื่องจากตลาดนัดไม่เป็นเหมือนที่จิตนาการไว้ เราเลยไม่ได้ซื้อบัตรเข้าไป ก็เลยลองมาสำรวจแถวนี้แทน เลยเพิ่งรู้ตอนนั้นแหละค่ะว่า อ้ออ ไฮไลต์มันคือตรงนี้ และมันสวยอย่างนี้นี่เองงงง แต่วันนั้นเป็นวันที่เราเพิ่งลงเครื่องมา ง่วงมากกกกก และมีโปรแกรมอื่นที่ต้องไปต่อ คนก็เยอะ ก็เลยเดินเล่นรอบๆพอก่อน ค่อยกลับมาอีกทีวันอื่น

    Showa Kinen Park จริงๆแล้วคือกว้างมากค่ะ ไม่ได้สวยแค่ตรงไฮไลต์ แต่เดินเล่นจุดอื่นๆก็สวยเหมือนกัน มีพื้นที่สนามให้คนมาปิคนิค มีทะเลสาบเล็กๆให้มานั่งชิลรับลม ใส่เสื้อรองเท้าผ้าใบดีๆ เสื้อหนาๆหน่อย(บางทีลมแรง) เดินเล่นที่นี่ได้เป็นครึ่งค่อนวันเลยค่ะ

    กลับมาอีกครั้ง วันที่ 20 Nov.

    พอกลับมาสังเกตได้เลยว่า สีเขียวที่เคยแซมอยู่เมื่อสามวันก่อนลดลงพอสมควร และใบไม้ก็ร่วงลงไปพอสมควรเช่นกัน น่าจะเพราะมีลมแรงพัดเป็นช่วงๆของวัน วันก่อนต้นไม้ดูเต็มกว่า แต่เขียวกว่าเล็กน้อย ส่วนวันนี้ ต้นไม้เหลืองทองกว่า แต่ต้นไม้บางต้นดูไม่ฟูเต็มเท่าสามวันก่อนแล้ว แต่ก็สวยมากทั้งสองวันค่ะ

    วันนี้ตั้งใจมาเดินเล่นที่นี่โดยเฉพาะ รูปจะเยอะหน่อย เริ่มจากรูป iPhone ก่อนเลย แบบเรียลๆ

    ต่อด้วยภาพจากกล้อง DSLR Fuji แบบเกือบจบหลังกล้อง มีปรับความสว่างของภาพเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เพราะเป็นคนชอบถ่ายติด under มาเป็นปกติอยู่แล้ว ของจริงบรรยากาศดีมากกก สวยมากก สีสวยสดใสแบบในภาพเลยค่ะ คอนเฟิร์ม เริ่มด้วยเซตภาพอุโมงค์ใบแปะก๊วยสีเหลืองทอง…

    ตามด้วยเซตภาพผู้คนที่มาใช้ชีวิตแถวนั้น นั่งมองคนเดินไปมาพร้อมบรรยากาศต้นไม้สวยๆ แดดดีๆ ฟ้าใสๆ ฟินมาก แฮปปี้มากกก สาย Introvert มาคนเดียวไม่เบื่อแน่นอนค่ะ เจอคนหลากหลายรูปแบบทั้งนักท่องเที่ยว คู่รัก ครอบครัวชาวญี่ปุ่น คนพาน้องหมามาเดินเล่น แอบไปเจอครอบครัวนึงที่พ่อเป็นตากล้อง แม่พยายามชวนลูกยิ้ม และมีลูกสาวตัวน้อยเป็นนางแบบ ดูแล้วอบอุ่นมาก ชอบบรรยากาศแบบนี้จัง บางภาพขอเบลอหน้านิดนึงนะคะ ^v^

    วันที่สองที่กลับมาที่นี่ ใส่เสื้อผ้าไม่พร้อมอย่างแรง เสื้อโค้ทบางเกินไป ลมพัดมาทีนึงหนาวมากกกก เดินเล่นอยู่นานแบบ ชิลไป หนาวไป ต้องพยายามเอาตัวมาตากแดดตลอดเวลา เอาจริงก็แอบทรมานนิดนึง แต่ใจสู้เพราะต้นไม้สวยและบรรยากาศดีมากจริงๆ

    จากประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า เช็คอากาศดีๆ ใส่เสื้อมาให้พร้อมจะเดินสนุกกว่านี้และคงเดินเล่นได้นานกว่านี้ สวนนี้มีโซนให้เดินเยอะมาก ไม่ควรต้องมาทนหนาวแบบนี้อีก และนี่คือรูปตัวอย่างของคนที่เสื้อผ้าไม่พร้อมจ้า ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ 555+ (ดูตัวอย่างการแต่งตัวจากคนอื่นในรูปด้านบนดีกว่า)

    อุโมงค์ต้นแปะก๊วยสีเหลืองทองที่สวน Showa Kinen Park ช่วงเดือนพฤศจิกายน และการแต่งตัว เสื้อผ้าที่ควร/ไม่ควรใส่

    ส่วนข้างล่างนี้ คือรูปโซนอื่นๆของสวน Showa Kinen Park

    • สวนกว้าง มีที่ให้เดินเยอะ มีแอ่งน้ำให้มาเดินเล่นรอบๆ นั่งชมบรรยากาศชิลๆ
    • มีคนญี่ปุ่นมาถ่ายรูป + นั่งวาดรูปริมน้ำด้วย ดีเว่อรรร์
    • มาวิ่งรอบสวนได้เลย เหมือนจะมีให้ปั่นจักรยานด้วย แต่ตรงนี้ไม่แน่ใจนะคะ ต้องลองเช็คหน้างานอีกที

    จบด้วย รายละเอียดเกี่ยวกับสวนแห่งนี้ และวิธีการเดินทาง เผื่อใครสนใจตามมาได้ค่า

    Showa Kinen Park

    Showa Kinen Park (昭和記念公園) เป็นสวนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว อยู่ในเมืองทาจิคาวะ (Tachikawa) และอาคิชิมะ (Akishima) ทางตะวันตกของโตเกียว ใช้เวลาเดินทางจากใจกลางโตเกียวประมาณ 30-40 นาทีด้วยรถไฟ มีพื้นที่กว่า 165 เฮกตาร์ และเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1983 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของการครองราชย์จักรพรรดิ์โชวะ

    วิธีเดินทางไป Showa Kinen Park

    จากสถานี Shinjuku ขึ้นรถไฟ JR Chuo Line สายสีส้ม ใช้เวลาราว 30-40 นาที ไปลงได้สองสถานี คือ

    • สถานี Nishi-Tachikawa เป็นสถานีเล็ก อยู่ทาง West Entrance เดินใกล้กว่า 2-4 นาทีก็ถึงสวนแล้ว ถ้าเข้าทางนี้จะเจอโซนแอ่งน้ำก่อนอุโมงค์แปะก๊วย
    • สถานี Tachikawa เป็นสถานีใหญ่กว่า คึกคักกว่า แต่เดินไกลกว่าพอสมควร ใช้เวลาเดิน 10-15 นาที ถึงจะถึงสวน

    เราเคยเดินทางแล้วทั้งสองวิธี ลง Nishi-Tachikawa เดินใกล้กว่ามากจ้า ใกล้จน งง 555+

    มีค่าธรรมเนียมเข้าชมสวน: ผู้ใหญ่ 450 เยน, ผู้สูงอายุ (65+) 210 เยน, เด็กต่ำกว่า 15 ปีเข้าฟรี สามารถซื้อบัตรที่ตู้อัตโนมัติหรือใช้บัตรขนส่ง Pasmo/Suica. (อัพเดท ตุลาคม 2025)

    Showa Kinen Park, Late November คุณค่าที่คุณคู่ควร(จริงๆ)…